ซาติน(Satin) คือ อะไร?

ซาติน (Satin) คืออะไร?

บ่อยครั้งที่เราได้ยินชื่อผ้า ซาติน (Satin) แต่เราอาจจะนึกภาพไม่ออกว่าผ้าซาตินมีหน้าตาหรือลักษณะเป็นอย่างไร ดังนั้นวันนี้ บริษัท โอวรุ่งเรืองค้าผ้า จำกัด จะพาไปรู้จักกับผ้าซาตินกันครับ

ซาติน (Satin) คือ ผ้าทอชนิดหนึ่งที่สร้างขึ้นโดยการนำเส้นยืน (warp yarn) หลายเส้นพาดทับเส้นพุ่ง (weft yarn) 1 เส้น และทำซ้ำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนได้เป็นผืนผ้าขึ้นมา ด้วยความเชื่อมโยงของเส้นด้ายที่ไม่ค่อยสอดประสานกันมากนักส่งผลให้ลักษณะของผ้าที่ได้จะมีพื้นผิวที่เรียบ และมีความมันวาว ดังนั้นคำว่า “ซาติน” ในที่นี้มีความหมาย คือ ลายชนิดหนึ่งของผ้านั่นเอง

ผ้าซาตินนับว่ามีการทอที่ซับซ้อนพอสมควรเนื่องด้วย การจัดเรียงของเส้นยืน และเส้นพุ่ง ที่ถูกทำให้เอียง เนื่องจากกระบวนการทอที่กล่าวไปข้างต้น ซึ่งจะแตกต่างจากผ้าทวิว (Twill) การทอของผ้าจะถูกเลื่อนไปในแต่ละแถวเพื่อสร้างลวดลายที่เป็นเส้นทแยงมุมขึ้น(ลายทวิว หรือ ลายสอง)

ที่มา: https://www.contrado.co.uk/blog/what-is-satin-a-fashion-lovers-guide-to-satin-fabric/

                จากภาพด้านบนจะเห็นว่า เส้นยืนจะพาดทับเส้นพุ่ง 4 เส้น และจะอยู่ใต้เส้นพุ่ง 1 เส้น โดยจะวนแบบนี้ซ้ำไปเรื่อย ๆ จนได้ผืนผ้าขึ้นมานั่นเอง

ที่มา: https://www.contrado.co.uk/blog/what-is-satin-a-fashion-lovers-guide-to-satin-fabric/

                ภาพนี้จะเป็นการแสดงให้เห็นถึงการสอดประสานอย่างหลวม ส่งผลผ้ามีความเรียบและมันวาวนั่นเอง

คำถามต่อมา คือ แล้วผ้าซาตินใช้เส้นใยแบบใดในการผลิต คำตอบ คือ ใช้ได้ทั้งเส้นใยธรรมชาติ และเส้นใยสังเคราะห์ ขึ้นอยู่กับผู้ผลิตว่าต้องการผ้าไปใช้ในลักษณะใดครับ ซึ่งจุดนี้เองเป็นตัวแบ่งระหว่างผ้าซาติน (Satin) และผ้า Sateen โดยหากเราใช้เส้นใยฝ้าย (Cotton) ในการทอผ้าที่ได้เราจะเรียกว่า Sateen แต่หากเราใช้เส้นใยสังเคราะห์อย่าง ไนลอน (Nylon) หรือ โพลีเอสเตอร์ (Polyester) ในปัจจุบันหลายคนมักใช้ผ้า Sateen เพื่ออธิบายว่าผ้าซาติน (Satin) คืออะไร โดยที่ไม่รู้ว่าโครงสร้างของผ้านั้นแตกต่างกัน ซึ่งความแตกต่างสามารถอธิบายด้วยภาพด้านล่างนี้

ที่มา: https://www.contrado.co.uk/blog/what-is-satin-a-fashion-lovers-guide-to-satin-fabric/

                จากภาพจะพบว่า Sateen แตกต่างจาก Satin ตรงที่ Sateen จะใช้เส้นพุ่งพาดทับเส้นยืนเป็นหลัก  แต่ Satin จะใช้เส้นยืนเป็นตัวพาดทับเส้นพุ่งเป็นหลักนั่นเอง

 

ประเด็นต่อมาที่ถูกถามกันเข้ามาบ่อย คือ ผ้าซาติน แตกต่างกับ ไหม (Silk) อย่างไร

คำตอบ คือ ผ้าซาตินเป็นผ้าที่ไม่ใช่วัตถุดิบ แต่ไหม เป็นวัตถุดิบ ซึ่งไหมสามารถนำมาสร้างเป็นผ้าซาตินได้ เราเรียกผ้าซาตินที่ใช้ไหมทอว่า Silk Satin ซึ่งเป็นผ้าที่มีราคาสูง อย่างที่กล่าวไปในข้างตนครับว่า ซาติน คือลายผ้าชนิดหนึ่งเท่านั้น

 

ทีนี้เรามาดูจุดเริ่มต้นของผ้าซาตินกันดีกว่าครับ ผ้าซาติน แรกเริ่มมาจากคำว่า Zaitun ซึ่งเป็นชื่อท่าเรือฉวนโจว(QuanZhou) ของจีนในภาษาอาหรับครับ โดยลายซาตินนี้ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อ 2,000 ปีก่อน ในช่วงนั้นการเพาะปลูกไหมนั้นแพร่หลายอย่างมาก แม้กระทั่งชาวนาหญิงก็ใช้ไหมเป็นหลักในการทอผ้าซาติน และเสื้อผ้าไหมก็ไม่ได้จำกัดเฉพาะชนชั้นสูงเท่านั้น อย่างไรก็ตามความลับของโครงสร้างผ้าที่จีนพยายามเก็บไว้เป็นความลับก็ได้กระจายไปทั่วทั้งเอเชียและทางตะวันตกในเวลาต่อมา

ในศตวรรษที่ 12 อิตาลีกลายเป็นประเทศตะวันตกประเทศแรกที่ผลิตผ้าซาตินและในศตวรรษที่ 14 ก็มีวางขายไปทั่วยุโรป อย่างไรก็ตามการใช้ไหมทำให้ผ้ามีราคาแพงดังนั้นมันจึงถูกสงวนไว้สำหรับขุนนางและชนชั้นสูงเพียงเท่านั้น

ข้อดี ของผ้าซาติน คือ

  1. ให้ความรู้สึกหรูหราและสวยงาม
  2. คงรูปได้ดี มีความยืดหยุ่น
  3. อเนกประสงค์ ใช้ได้ในงานหลากหลายประเภท อาทิ เครื่องแต่งกาย เครื่องนอน
  4. พื้นผิวเรียบ มันวาว มีความนุ่ม

ข้อเสีย ของผ้าซาติน คือ

  1. หลุดลุ่ยได้ง่าย
  2. ค่าบำรุงรักษาสูง

ที่มา : https://en.wikipedia.org/wiki/Satin

ประเภทของผ้าตินมีหลากหลายประเภทซึ่งรวบรวมคร่าว ๆ ได้ ดังนี้

  1. Antique – ผ้ามีความหนัก เนื้อผ้ามีลักษณะเงาแต่เป็นเงาทื่อ ใช้สำหรับทำเบาะ หรือผ้าม่าน
  2. Baronet – ผ้าซาตินที่มีความมันวาวมากที่สุด ใช้เส้นยืนเป็นเส้นใยเรยอน (Rayon) และเส้นพุ่งเป็นเส้นใยฝ้าย (Cotton) ส่วนใหญ่ทอเป็นสีที่สดใส ใช้สำหรับเป็นผ้าตกแต่ง หรือทำหมอนที่ใช้อิง
  3. Charmeuse – ผ้าที่มีด้านหนึ่งมันเงา อีกด้านหนึ่งมีลักษณะด้าน เนื้อผ้าค่อนข้างเหนียว ใช้สำหรับทำเครื่องแต่งกาย
  4. Crepe-back – ผ้าที่สามารถมองเห็นลายซาติน หรือลายเครปได้อย่างชัดเจน ใช้สำหรับทำเครื่องแต่งกาย
  5. Duchess – ผ้ามีความหนัก เนื้อแข็ง มีความมันเงาที่ไม่มากนัก คงรูปได้ดี ส่วนใหญ่มักย้อมสำหรับสีทึบ ใช้สำหรับทำชุดเจ้าสาว
  6. Lucent – ผ้ามีความส่องสว่าง มันวาว พื้นผิวลื่น ใช้สำหรับทำเสื้อผ้า หรือบุกระเป๋า
  7. Messaline – มีน้ำหนักเบา อ่อนนุ่ม ปกติทอจาก เรยอน หรือ ไหม มีความมันวาวสูง ใช้สำหรับตัดเย็บเสื้อผ้า
  8. Monroe – มีน้ำหนักปานกลาง ทอลาย Sateen ใช้สำหรับทำเครื่องประดับ หรือกระเป๋า
  9. Panne – มีความมันเงาสูง ส่วนมากมักถูกทำให้แข็ง ปกติทำจากไหม ใช้สำหรับตัดเย็บเสื้อผ้า
  10. Slipper – มีน้ำหนักเบา มีพื้นผิวด้าน ใช้สำหรับตัดเย็บเสื้อผ้า

หวังว่าทุกท่านที่อ่านบทความนี้จะเข้าใจใน ผ้าซาติน (Satin) มากขึ้นนะครับ เจอกันในบทความต่อไปนะครับ

 

 

ซาติน(Satin) คือ อะไร?

You May Also Like